รถยนต์คันเล็กพุ่งทะยานไปตามถนนตรงหน้าด้วยความเร็วสูง เบย์ละความสนใจจากคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะด้านข้างแล้วเพ่งสมาธิไปกับถนนเบื้องหน้า โชคดีที่เวลานี้ดึกมากแล้ว รถบนถนนจึงบางตากว่าทุกครั้ง
มือชื้นเหงื่อจับพวงมาลัยรถยนต์แน่นจนขึ้นข้อขาว ฟันคมกัดกรอดจนเห็นสันกรามชัดเจนอย่างคนกำลังอดทนกับบางสิ่งบางอย่าง ใบหน้าหล่อเหลายังคงพยายามเก็บสีหน้าและความรู้สึกเอาไว้กับตัวเอง แม้ว่ามันจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” เจ้าของเสียงเล็กหันมาถาม แววตามองอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “ทำไมเหงื่อออกมากขนาดนี้ล่ะ”
“เปล่า” เบย์ตอบทั้งที่กำลังกดเสียงไว้ไม่ให้สั่น
“ไฟแดงข้างหน้านะครับ”
เบย์สบถในใจหลังจากได้ยินเสียงเตือนจากคนรัก เป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มขับรถที่เขานึกอยากฝ่าสัญญาณไฟจราจรให้รู้แล้วรู้รอด
ดึกป่านนี้แล้วถนนสี่แยกเส้นนี้ยังคงเปิดสัญญาณไฟจราจรเอาไว้เพื่อความปลอดภัย เป็นเรื่องดีกับคนอื่น แต่ไม่ใช่กับเขาในตอนนี้
คนนั่งทำสมาธิอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์สะดุ้งน้อยๆ เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนุ่ม เบย์ขยับหน้าหลบมือเล็กที่ถือกระดาษทิชชูไว้ในมือ หวังจะซับเหงื่อที่ผุดออกมาเต็มใบหน้าหล่อเหลา
“สภาพคุณเหมือนแอร์ในรถไม่เย็นเลยอะ” เจมส์เอ่ยกลั้วหัวเราะแล้วยื่นมือไปจับคางอีกฝ่ายให้หันมามองหน้ากันพลางหัวเราะคิกคัก “ไหนขอดูหน้าคนร้อนหน่อย”
“เจมส์ไม่ทำแบบนี้ครับ” คนกำลังอดทนปรามเสียงดุทำเอาคนโดนดุหน้ามุ่ย
“อย่าดุซี่”
“ถอยไปห่างๆ เลย ไม่อย่างนั้นไม่ถึงบ้านแน่”
เจมส์หัวเราะเบาๆ กับคำขู่ “อยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะอดทนได้นานแค่ไหน”
“เจมส์ครับ”
สิ้นเสียงเรียกจากคนรัก คนตัวเล็กกว่าก็ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วยื่นหน้าเข้าไปประกบจูบกับริมฝีปากหยัก เบย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะแสร้งขยับริมฝีปากตามคนรักที่สถาปนาตนเองเป็นผู้นำเกม แต่อดทนได้ไม่นานเขาก็พลิกกลับมาใช้ริมฝีปากตนเองเป็นฝ่ายรุกคนรักแทน
เสียงครางเบาๆ ในลำคอของเจมส์ไม่ได้ทำให้เขาลดแรงบดจูบลง แต่กลับทำให้มันเพิ่มมากขึ้น เบย์ยกมือขึ้นประคองใบหน้าเล็กพร้อมกับขยับศีรษะตนเองให้ป้อนจูบได้ถนัดยิ่งขึ้น
เสียงจูบดูดดึงริมฝีปากดังลั่นภายในห้องโดยสารอย่างไม่มีใครยอมใคร แขนเล็กยกขึ้นคล้องลำคอแกร่ง พยายามขยับกายให้แนบชิดกับเจ้าของแผงอกแน่น เจมส์ครางออกมาอย่างพึงพอใจเมื่ออีกฝ่ายถอนจูบแล้วเปลี่ยนเป้าหมายเป็นลำคอขาวแทน
สัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวได้ครู่ใหญ่เวลานับเดินถอยหลังจนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นสีแดงอีกครั้ง แต่ดูเหมือนสองคนในรถยนต์ที่จอดนิ่งกลางถนนจะไม่ได้สนใจสิ่งใดนอกจากความรู้สึกร้อนรุ่มของร่างกาย
“เบย์” เจมส์เรียกชื่อคนรักอย่างยากเย็น ทั้งที่ตนเองกำลังเปิดทางให้ริมฝีปากร้อนประทับเข้าที่ลำคอขาว แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายดูดดึงจนเป็นรอยแดง
“อือ”
“ไฟ...ไฟเขียว อือ”
“ช่างปะไร”
“แต่—“
“ผมไม่ไหวแล้วครับ คุณเล่นยั่วผมแบบนี้” เบย์อธิบายทั้งๆ ที่ใบหน้าหล่อยังคงนัวเนียอยู่กับร่างขาว
“ไม่เอาในรถ” เจมส์แย้ง มือเล็กทั้งสองข้างประคองใบหน้าคนรักเอาไว้ให้หยุดมองหน้ากันเพื่อเจรจา “เบย์ ฟังก่อน”
คนโดนเบรคถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามสะกัดอารมณ์ของตนเองเอาไว้ไม่ให้ปะทุขึ้นมา
“รอให้ถึงบ้านก่อนเนอะ อยากได้อะไรเจมส์ให้หมดเลย”
เบย์สบถออกมาพร้อมๆ กับเจมส์ที่หัวเราะจนตาปิด เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่พวกเขาตัดสินใจหยุดกิจกรรมภายในรถ
“เหมือนโดนแกล้ง” ชายหนุ่มพึมพำ นึกถึงลูกชายที่อยู่ในกางเกงแล้วสงสารตัวเองจับใจ
“ก็ฝึกความอดทนก่อนไง”
“ผมจะตายเอาน่ะสิครับ” เจมส์หัวเราะเบาๆ กับคำพูดของคนรัก
ภายในรถเงียบสนิทมีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเครื่องปรับอากาศภายในห้องโดยสารเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่ารถยนต์ยังทำงานอยู่
ไม่นานสัญญาณไฟจราจรก็เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวอีกครั้ง คราวนี้เบย์ไม่พลาดที่จะออกตัวให้เร็วที่สุดเพื่อรีบไปถึงที่หมายอย่างที่คนรักได้ยื่นข้อเสนอไว้
“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้” เจมส์เอ่ยทักเมื่อเห็นความเร็วของรถค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว “ผมไม่หนีไปไหนหรอกคุณ”
“คุณไม่หนีแต่ผมจะตายแล้วครับ” เขาตอบทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากถนนเบื้องหน้า “ผมจะตายอยู่แล้ว”
.....................
เสียงกดรหัสดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับประตูเปิดออกด้วยความเร่งรีบ ร่างของชายหนุ่สองคนเดินเข้ามาภายในห้องมืดสนิท นิ้วเล็กกดเปิดสวิตช์ไฟให้ห้องทั้งห้องสว่างและให้เครื่องปรับอากาศได้ทำงาน ก่อนเจมส์จะตกใจเมื่อกายเล็กถูกคนรักดึงเข้าหาตัวแล้วป้อนจูบอย่างรีบร้อน
เสียงดูดดึงริมฝีปากสวยดังลั่นห้องชุด คนทั้งคู่หลงอยู่ในวังวนการจุมพิต พวกเขายังคงแลกลิ้นกันอย่างไม่รู้เบื่อ มือแกร่งลูบไล้บนกายเล็กนุ่มนิ่มไล่ไปจนถึงเอวคอด เบย์ครางลึกในลำคออย่างพึงใจก่อนจะค่อยๆ ถอนจูบออก ดวงตาคมสบประสานกับดวงตาเล็กที่ตอนนี้รู้สึกวาบหวามไม่ต่างกัน จมูกโด่งซุกไซ้ไปที่ซอกคอขาวน่าประทับรอย
ไวเท่าความคิดริมฝีปากหยักขบเม้มดูดดึงจนเกิดรอยสีกุหลาบจางๆ ทำเอาคนมองอารมณ์กระเจิงยิ่งกว่าเดิม เบย์ขยับขึ้นมามองหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังตาปรือมองเขาอยู่ ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงระเรื่อจนเขาแทบยั้งใจไม่ไหว โชคยังดีที่บอกกับตัวเองให้อดทนกับภาพตรงหน้าอีกนิด
“ถ้าคุณยังไม่บอกห้องนอน คืนนี้อาจจะจบที่โซฟาก็ได้นะ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแหบพร่า อารมณ์ของเขาเตลิดจนกู่ไม่กลับ อยากฟัดคนตัวเล็กเสียเดี๋ยวนั้น
“ข้างบน” คำตอบของอีกฝ่ายดูน่าสนใจมากกว่าเสียงเล็กแหบพร่า เบย์เลิกคิ้วเล็กน้อย “ผมปูฟูกเอาไว้นอนเล่นบนชั้นสอง”
คนฟังหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะจูบเร็วๆ ไปที่ริมฝีปากเล็ก “ร้ายเหมือนกันนะเราน่ะ”
เจมส์ไม่ตอบ คนตัวเล็กส่งยิ้มให้คนรัก ก่อนจะจับจูงคนตัวโตกว่าเดินขึ้นบันไดไปที่ที่ตนบอกเมื่อครู่
“พรุ่งนี้วันเสาร์” เบย์เอ่ยอีกครั้ง ตอนที่ทั้งคู่ล้มตัวลงนอนตะแคงบนที่นอนนิ่ม นิ้วเรียวไล้ไปตามกรอบหน้าหวานเบาๆ
“วันเสาร์จะนอนตื่นกี่โมงก็ได้”
“คุณเคยนอนตื่นสายที่สุดกี่โมง” เบย์ถามต่อ
“บ่ายสองมั้ง ตอนนั้นจำได้ว่าไปช่วยงานเพื่อนแล้วไม่ได้นอนทั้งคืน”
“คิดว่าจะตื่นสายกว่านั้นได้หรือเปล่า”
เจมส์มองคนตรงหน้าราวกับตัวประหลาด ก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่กับสายตาแปลกๆ ของคนรัก
“ไม่สายไปกว่านั้นแล้วมั้ง”
“ลองดูไหม” เจมส์หัวเราะกับคำถาม ทำเอาคนมองยิ้มตา ไปด้วย
“คุณจะทำอะไร”
เบย์ไม่พูดอะไรต่อ แต่ใช้การขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายเป็นคำตอบก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนิ่มอีกหน คนโดนปล้นจูบไม่มีทีท่าตกใจเลยสักนิด หนำซ้ำยังยกมือสองข้างขึ้นจับที่ใบหน้าหล่อเหลาก่อนจะขยับใบหน้าให้อยู่ในองศาที่ถนัด
เจมส์ครางลึกในลำคอเมื่ออีกฝ่ายป้อนจูบอย่างไม่หยุดพัก เบย์ถือโอกาสสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากอีกฝ่ายเมื่อคนรักเปิดปากเพื่อหายใจโกยอากาศเข้าไป เขาตวัดเกี่ยวพันด้านในจนคนตัวเล็กเคลิบเคลิ้มเผลอขยับแขนเพื่อให้กอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น
อุณหภูมิระหว่างพวกเขาเพิ่มสูงขึ้น เครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้เมื่อครู่ช่วยดับความเร่าร้อนของคนทั้งคู่ไม่ได้อีกต่อไป เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่มีใครสนใจ รู้ตัวอีกครั้งเมื่อทั้งสองคนไม่มีอาภรณ์ติดกาย เหลือเพียงชุดชั้นในตัวจิ๋วที่ยังคงไม่ถูกถอดออก
ร่างกายของทั้งสองคนแนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่าน เจมส์ขยับเงยหน้าขึ้นให้คนรักได้ดอมดมกลิ่นกายบริเวณซอกคอได้อย่างถนัดถนี่ จมูกโด่งเป็นสันค่อยๆ ไล้ ตั้งแต่ปลายคางไปจนถึงไหปลาร้าสวยจนเจ้าของร่างเล็กเผลอครางออกมาเมื่อเบย์ใช้ฟันคมฝากรอยไว้บนผิวขาว
“เป็นหมาหรือไง” เจมส์ถามเสียงแหบพร่า
“มันเขี้ยว” เบย์ว่าพลางกัดลงบนไหล่เล็กอีกครั้งจนคนโดนกัดตีไปที่ไหล่กว้างเต็มแรง
“ไอ้เบย์มันเจ็บ”
“เดี๋ยวให้กัดคืน” เขาว่าพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ดูไม่น่าไว้ใจเป็นที่สุด เจมส์หรี่ตามองคนที่คร่อมตัวเขาอยู่ก่อนจะเชิดหน้าแหงนหงายเมื่อมือซนของคนรักคว้าไปที่กลางลำตัวแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
เบย์ยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินเสียงครางเล็กๆ ดังไม่หยุดจากคนรัก เขาจัดการค่อยๆ ถอดกางเกงชั้นในออกแล้วโยนทิ้งไปแบบไร้ทิศทาง ก่อนจะก้มลงมองแกนกายน่ารักกลางลำตัว
ใบหน้าหล่อก้มลงไปตรงนั้นแล้วค่อยๆ อ้าปากรับส่วนนั้นเข้าไปทั้งหมด เจมส์แอ่นสะโพกขึ้นทันที เขาครางเสียงหวานเมื่อลิ้นของอีกฝ่ายปรนเปรอให้เขาไม่หยุดพร้อมๆ กับแอ่นหน้าอกขึ้นรับนิ้วร้อนของคนรักที่กำลังบีบคลึง
“เบย์” คนตัวเล็กเรียกชื่อคนที่ยังวนเวียนอยู่กลางลำตัวเขา สองมือเล็กออกแรงกดไปที่ไหล่กว้างเต็มแรง เขาบิดเร่าด้วยความเสียวซ่านที่อีกฝ่ายยังคงทำให้เขารู้สึกเสียวซ่านไม่หยุดพัก
“บะ...เบย์ อ๊ะ” ใบหน้าหล่อยังคงขยับขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยแกนกายคนรักเป็นอิสระ “อะ...อื้อ เบย์”
“ครับ” คนถือไพ่เหนือกว่าตอบรับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“อย่าแกล้ง” เจมส์นอนมองคนรักพร้อมกับพูดด้วยแววตาออดอ้อน มือแกร่งยกขึ้นลูกศีรษะกลมเล็กเบาๆ ก่อนจะก้มลงจูบคนใต้ร่างอีกครั้ง
“เดี๋ยวผมหยิบของคู่ใจก่อน” ว่าแล้วเขาก็เดินไปคว้ากางเกงแสล็คของตัวเองมาถือไว้ควานหาอีกไม่กี่วินาทีก็หันมายิ้มมุมปากกับคนที่นอนมองอยู่
“ไปเตรียมมาตอนไหน”
“ตอนคุณขอแวะเซเว่น”
เจมส์เบิกตากว้าง เขาเป็นคนขอแวะซื้อขนมแท้ๆ ยังนึกไม่ถึง แต่คนที่ทำตัวเหมือนไม่ได้อยากได้อะไรกลับเตรียมพร้อมเสียยิ่งกว่า
เจลหล่อลื่นในมือถูกเปิดใช้ครั้งแรก เบย์ยกขาคนรักให้อ้ากว้างก่อนจะสอดนิ้วที่ชโลมไปด้วยเจลเข้าไปทางด้านหลัง คนรับสิ่งแปลกปลอมเข้าไปร้องเสียงแหลมด้วยความตกใจ
“เจ็บ” คนตัวเล็กว่าเสียงเบาพลางผลักกายหนาให้ออกห่าง น้ำตาคลอเบ้าดูน่าสงสารเสียจนเบย์อยากถอนนิ้วออก
“พอก่อนไหม”
“...”
“ผมกลัวคุณไม่ไหว”
“ไม่เป็นไร ผมไหว”
เบย์มองหน้าคนรัก เขาก้มลงจูบที่แก้มนิ่มสองข้างแล้วขยับมาจูบริมฝีปากเล็กก่อนจะผลักอีกสองนิ้วที่เหลือเข้าไปพร้อมๆ กันเพื่อเปิดทาง ขยับเข้าออกสักพักให้คนตัวเล็กเริ่มชินแล้วจึงดึงนิ้วตนเองออก หันมาจัดการกับแกนกายของตนเองด้วยเจลหล่อลื่น
อกเล็กที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์บวกกับสายตาออดอ้อนที่ยังคงมองอยู่ทำให้เขารีบจัดการตัวเองแล้วสอดใส่แกนกายเข้าไปทางด้านหลังคนตัวเล็กอย่างช้าๆ
“อ๊ะ” เจมส์สะดุ้งเฮือก ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ามาทำเอามือที่วางอยู่บนไหล่หนาบีบแน่นเพื่อระบายความเจ็บปวด
“เจ็บเหรอครับ” เบย์เอ่ยถาม เขาหยุดขยับกายทันทีที่เห็นท่าทางของคนรัก มือแกร่งยกขึ้นปัดผมชื้นเหงื่อของคนรักแผ่วเบา “แต่ผมหยุดไม่ได้แล้วว่ะ ถ้าเจ็บมากๆ กัดผมแทนเลยก็ได้”
เสียงตอบรับเบาๆ ของคนใต้ร่างทำเอาเบย์ยิ้มกว้าง เขาเริ่มขยับสะโพกอีกครั้งอย่างช้าๆ นิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายกัดเข้าไปไหล่เขาจริงๆ แทนการระบายความเจ็บปวด ก่อนจะผลักทั้งหมดเข้ามาในกายเล็กจนเจมส์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่หยดลงระแก้มก่อนจะถูกจูบซับอย่างอ่อนโดยด้วยฝีมือคนที่คร่อมอยู่ด้านบน
เบย์ทิ้งช่วงให้คนใต้ร่างปรับตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ขยับสะโพกและเพิ่มความเร็วขึ้นจนเจมส์ร้องครางไม่ได้ศัพท์ มือเล็กเลื่อนมากอดคนตัวโตจนทั้งสองร่างแนบสนิทกัน มีเพียงด้านล่างเท่านั้นที่ยังขยับรัวเร็ว ไม่นานร่างเล็กก็กระตุกเกร็งฉีดน้ำขุ่นขาวออกมาเปรอะหน้าท้องของทั้งคู่
เจมส์นอนหายใจหอบทั้งที่ส่วนด้านล่างของพวกเขายังคงเชื่อมกันอยู่ ก่อนจะร้องเสียงหลงเมื่อเบย์ขยับมันอีกครั้ง คราวนี้อีกฝ่ายไม่ออมแรงเลยสักนิด คนตัวโตกระแทกใส่คนตัวเล็กไม่หยุดพักจนกระทั่งทั้งสองคนกระตุกเกร็งพร้อมกัน เจมส์รู้สึกถึงความอุ่นร้อนด้านในกาย เขาควรจะขยับลุกขึ้นไปทำความสะอาดร่างกาย แต่ติดตรงที่ไม่มีแรงจะลุกไปไหน จึงตัดสินใจนอนนิ่งมันอยู่อย่างนั้น ขยับใบหน้ารับจุมพิตแสนหวานจากคนรักแล้วส่งยิ้มให้อย่างหมดแรง
“เหนื่อยแล้วเหรอ”
“อือ” เจมส์ตอบทั้งที่ตากำลังจะปิด “นอนกัน อ๊ะ! เบย์!”
เบย์ยิ้มรับกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของคนรัก กายด้านล่างขยับอีกครั้งหลังจากที่เขาเพิ่งสอดใส่เข้าไปเมื่อครู่
“ผมบอกแล้วว่ายังไงพรุ่งนี้ก็ได้ตื่นสายแน่ๆ”
“แต่ อ๊า”
“ไม่มีแต่ครับ อึก”
“…”
“เจมส์ครับ ผมรักคุณนะ”
“ไอ้...อ๊ะ บ้า อ๊า เบย์…แรง…อึก…แรงอีก”
“เจมส์” เบย์เอ่ยชื่อคนรัก ก่อนจะหลุดขำออกมาทั้งที่กายยังคงขยับไม่หยุด “คุณนี่มันจริงๆ เลยว่ะ ให้ตายเถอะ”
เบย์ขยับสะโพกรัวอีกครั้งพร้อมๆ กับป้อนจุมพิตแสนหวานให้คนใต้ร่าง เสียงครางหวานและร้องขอดังอยู่ริมหูพลอยให้เขามีแรงมากพอที่จะขยับทุกอย่างอีกครั้ง คนตัวโตขับเคลื่อนร่างกายตัวเองและคนรักจนถึงฝั่งฝันอีกหน เจมส์หัวเราะเสียงแผ่วเมื่อเบย์ก้มลงมาจูบหน้าผากเกลี้ยงแล้วส่งยิ้มหล่อมาให้
“นอนเถอะผมไม่แกล้งคุณแล้ว”
“นิสัยไม่ดี”
“เอ้า โดนเฉยเลย แล้วเมื่อกี้ใครเป็นคนบอกให้แรงอีก” เบย์แซวก่อนจะร้องเสียงดังเพราะคนที่ดูเหมือนหมดแรงตวัดค้อนมามองพร้อมๆ กับเหน็บนิ้วเข้าที่สีข้าง “ฤทธิ์เยอะจังเลย แฟนใครเนี่ย”
“ปล่อยเลยไม่ต้องมากอด” เจมส์พูดน้ำเสียงสะบัด
“หนาว ขอกอดหน่อย ไม่งั้นนอนไม่หลับ” คนถูกกอดทำเสียงขึ้นจมูกแต่ก็ยอมให้คนตัวโตได้กอดตนเองเอาไว้แน่น
“ง่วง”
“ฝันดีครับที่รัก” หน้าผากมนได้รับจุมพิตอีกครั้ง
“อือ ฝันดี”
……………………………………………………
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น